Valuation issues delay the Business Collateral Act

According to the Business Collateral Act, B.E. 2558 which will be announced on 2 July 2016. There will be the permitted type of assets can be used to collateral secure for the loan with the financial institution.

They are all of the assets in the business place, right of claim, machine, inventories, raw material, copy right or patent etc. for the purpose of easier treat as collateral asset to secure the Bank’s considerations for loan approval.

However, the core issue is how to set the calculation method for preparation of Bank’s Loan loss reserves which must be increased. Especially, the valuation assessment of all assets in the business place, for example, how much the valuation of the business place would be if the Bank seize the collateral machines.

For now, Thailand has approximately 2.4 million of SME entrepreneurs. Only 0.7 million can enter the officially financial provider but the remaining almost 2 million have to loan from the illegal creditors. Therefore, this law will help the business of SMEs operate its business more efficiency.

In the terms of law announcement, it is on the process of discussion with related sector in relation to drafting of the application and specify the appropriated rate of government fee. The conclusion should be done soon and the detail of 16 law regulations are on consideration before announcement.

SME029052016

พระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) หลักประกันทางธุรกิจ พ.ศ. 2558 ที่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 2 ก.ค. 2559 นี้จะมีการเพิ่มหลักประกันการชำระหนี้ โดยไม่ต้องส่งมอบทรัพย์สินให้สถาบันการเงินประกอบด้วย กิจการ, สิทธิเรียกร้อง,เครื่องจักร, สินค้าคงคลัง, วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตสินค้า, ลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร เป็นต้น โดยการเพิ่มหลักประกันใหม่เหล่านี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ประกอบการสะดวก ในการนำมาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันขออนุมัติเงินกู้จากสถาบันการเงิน

ขณะนี้ยังติดปัญหาเรื่องวิธีการคำนวณการตั้งสำรองหนี้สูญของธนาคารพาณิชย์ โดยเฉพาะการคำนวณ “การตีมูลค่ากิจการ” ที่จะคิดอย่างไร เช่น ผู้ประกอบการมีเครื่องจักรนำมาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน หากวันหนึ่งแบงก์ยึดเครื่องจักร กิจการนี้จะเหลือมูลค่าเท่าไหร่ จึงคาดว่าช่วงแรกจะยังไม่มีการรับมูลค่ากิจการมาใช้เป็นหลักประกัน

ปัจจุบัน ประเทศไทยมีเอสเอ็มอี 2.4 ล้านราย เข้าถึงบริการทางการเงินเพียง 7 แสนราย และยังมีอีก 2 ล้านรายที่ต้องไปพึ่งพาเงินนอกระบบ ดังนั้นกฎหมายนี้ก็น่าจะทำให้การดำเนินธุรกิจของเอสเอ็มอีสะดวกขึ้น

การเตรียมความพร้อมเพื่อบังคับใช้กฎหมายหลักประกันธุรกิจที่จะมีผลบังคับใช้ ในเดือนกรกฎาคม 2559 นี้ ขณะนี้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสถาบันทางการเงินเพื่อสรุปแบบฟอร์มการขอจดทะเบียนหลักประกันทาง ธุรกิจผ่านทางสถาบันทางการเงิน คาดว่าจะสรุปแบบฟอร์มได้เร็ว ๆ นี้ เนื่องจากยังติดในบางประเด็นเท่านั้นที่ธนาคารให้ความเห็นมา

ส่วนกฎหมาย กฎระเบียบที่เกี่ยวข้องขณะนี้เช่น กฎหมายเรื่องการคิดค่าธรรมเนียมอีก 2 ฉบับ อยู่ระหว่างหารือกับกฤษฎีกา คาดว่ามีข้อสรุปเร็วนี้ ๆ ขณะที่กฎหมายลูกที่เกี่ยวข้องอีก 16 ฉบับ กรมอยู่ระหว่างการพิจารณา และเปิดรับฟังความคิดเห็น ซึ่งคาดว่าจะทยอยประกาศออกมาเรื่อยๆ

See more : https://www.facebook.com/startuplawguru

Based site credit : http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1464456379

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s